[Fic 12TailsOnline] Step of Love [Monkey x Wolf]-[4]

posted on 17 Feb 2012 07:11 by friedlich
 
 
.
 
 
 
.
 
 
 
.
 
 
 
.
 
 
 
Before Part: [Part1] [Part2] [Part3]

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 Step of Love...

 

 

Fourth Step [ก่อนการทดสอบ]

 

 

Author: Rinrin & Gwang

Originate: 12TailsOnline

Pairing: Monkey x Wolf

Rate: PG-13

Warning: Yaoi(ชาย x ชาย),แฟนฟิคเรื่องนี้ไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องจริงของเกม 12TailOnline แต่อย่างใด กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

 

ยามเช้าที่สดใสในแคมป์ผู้กล้า อยากรู้กันไหม ตอนนี้พวกผู้กล้าเตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบวันนี้กันไปถึงไหนแล้ว ?

 

 

หางแรกคือหมาป่าเผด็จการ หรือว่าที่ผู้นำระบบคอมมิวนิสของเหล่าผู้กล้า ที่กำลังนั่งซักซ้อมดาบกับต้นไม้ที่น่าสงสารแถวๆ นั้นแม้จะไม่ถึงกับฟันฉับเดียวต้นไม่ขาดสองท่อน แต่ก็ยังฝึกซ้อม ถือว่าดีเยี่ยม! ต่อมาไบสันที่เหมือนจะนั่งแทะเล็มหญ้าอ่อนแถวๆ นั้นเป็นอาหารเช้า ไม่ไกลนักแกะกำลังมองไบสันที่กำลังรับประทานหญ้าด้วยสายตาเป็นประกายแวววับ ถ้ามองดีๆ คุณจะพบว่าเจ้าหล่อนกำลังเผลอแทะหนังสือเวทรักษาของตัวเองเสียด้วย ใกล้ๆ กันคือกิ้งก่าที่นั่งลับธนูและแพนด้าที่กำลังเบ่งพลังลมปราณสุดกำลัง ใกล้ๆ แม่น้ำนั้นตุ่นกำลังนั่งขัดถูอุปกรณ์ของตัวเองอย่างสบายอารมณ์

 

 

ซ่า!

 

 

เสียงของเพนกวินรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของเช้านี้ที่กำลังดำผุดดำว่ายหาปลาราวกับว่าจะล่าให้หมดแม่น้ำ ส่วนปลาวาฬเล่า ก็ลอยตุบป่องพร้อมกับหัวยางรูปเป็ดอยู่ใกล้ๆ ไม่ห่างกัน

 

 

ตูม!!!!!!

 

 

พลันเสียงระเบิดที่ชะงักทุกกิจกรรมของทุกคน หากแต่ทว่าแมวที่หลับอยู่แถวๆ นั่นก็ยังคงหลับต่อไปอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

 

 

“แหะๆ...”เสียงหัวเราะจืดๆจากต้นเหตุของเสียงระเบิดดังขึ้น มือเล็กๆ นั้นจับที่หัวทรงทวินเทลสีชมพูของตัวเองอย่างสำนึกผิด...

 

 

“ขอโทษค่ะ..สารเคมีมันระเบิดน่ะค่ะ...”

 

 

“…”

 

 

แหม...ช่างดูเป็นเช้าที่สดใสเสียจริงๆ...

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

“หายไปไหน 2 หาง...”เสียงของหมาป่าขนสีฟ้าพูดอย่างไม่พอใจเท่าไหร่นัก ดวงตาสีทองวาววับหรี่ลงอย่างน่ากลัวแน่นอนว่าหากมีออฟชั่นแยกเขี้ยวแล้วพวกผู้กล้าทั้งเก้าหางตรงหน้าอาจวิ่งป่าราบก็เป็นได้ อีกไม่นานพวกเขาต้องรับการทดสอบจากท่านแม่ทัพโบลดาส แต่ผู้กล้าดันหายไปอย่างงี้แล้วเขาควรจะทำยังไง! ผู้กล้าทั้งเก้ามองซ้ายขวาพลางเริ่มนับหูนับหางกันเหมือนเด็กหัดนับเลข ไม่ว่าอย่างไรผลลัพธ์ย่อมออกมาเป็นเก้าหรืออาจจะรวมเป็นสิบถ้าบวกหมาป่าที่ยืนหน้าถมึงทึงอยู่

 

 

“ขาดคุณลิงไปนี่คะ”กระต่ายกล่าวพลางกวาดมองอย่างคาดหวังว่าจะเห็นคุณลิงที่ว่านั่นเดินออกมาจากที่ไหนสักแห่ง หูของเจ้าหล่อนที่ส่ายไปมานั้นมันช่างสร้างความลำบากใจให้กิ้งก่าที่ยืนอยู่ด้านข้างเสียจริง กิ้งก่าขยับให้ไกลออกมาจากกระต่ายเล็กน้อยเพื่อป้องกันการถูกหูใหญ่ๆ ยาวๆ ของกระต่ายกระแทกหน้าเอาก่อนจะเอ่ยขึ้นตามมา

 

 

“ค้างคาวก็หายไปด้วย”

 

 

“...”ผู้นำไม่กล่าวอะไรเพียงแต่ยิ่งทำหน้าเหมือนความดันต่ำมากขึ้นทุกที เหล่าสัตว์กินพืชทั้งเก้าตรงหน้าถอยหน้าอย่างหวาดกลัวไม่น้อย

 

 

“ชั้นว่าแล้วเชียว...”หมาป่าพูดเสียงต่ำถ้าสังเกตให้ดีกว่านั้นจะได้ยินเสียงขู่ต่ำๆ ที่ปล่อยออกมาจากลำคอตอนท้ายประโยคด้วย ยิ่งแมวที่หูดีเป็นพิเศษนั้นถึงกับสะดุ้งแล้วร้องครางเบาๆ พลันดวงตาสีอำพันมองไปที่บางอย่างที่ลอยอยู่ไม่ไกล...

 

 

“กาดิน่า!”

 

 

“ค..ครับ..?”เสียงของกาดิน่าตอบรับแบบงงๆ มันหมุนมามองที่กลุ่มผู้กล้าและสบตากับผู้นำเผด็จการคอมมิวนิสเข้าอย่างจัง!

 

 

“อ...อะไรเหรอครับ..?”กาดิน่าวัยกระเตาะกล่าวพลางถอยหนีอย่างหวาดหวั่นไม่น้อย มิเกะที่อยู่ใกล้ๆ ก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ กาดิน่าทำตาปริบๆ โล่ห์ที่ถืออยู่ตอนนี้ราวกับกำลังบอกว่า ‘อย่าเข้ามา...ผมกลัวจริงๆ นะเออ...’ อย่างไรอย่างนั้น

 

 

“เจ้านายแกไปไหน!”

 

 

“ม..ไม่รู้ครับ”เสียงของกาดิน่าตอบอย่างน่าสงสารเมื่อโดนหมาป่าถือดาบเล่มโตขู่กรรโชก

 

 

“แกเป็นภูติแกควรจะรู้ไม่ใช่เหรอว่าเจ้านายแกอยู่ไหนน่ะ!!!”

 

 

“ก..ก็ผมไม่รู้อ่ะ!”

 

 

กาดิน่าตอบเหมือนจะร้องไห้โฮอยู่ร่อมร่อ ก่อนที่หูทั้งสองของแมวจะกระดิกไปมาเมื่อรับเสียงบางอย่างได้

 

 

“ดะ..เดี๋ยวๆ”

 

 

แมวพูดโผล่ออกมามีผลให้ผู้กล้าทั้งหมดเงียบลงหมาป่าขมวดคิ้วพลางจ้องหน้าของแมวที่หูเริ่มขยับไปมาอย่างสงสัย

 

 

“ชั้นได้ยิน...เสียงของปีก..กับฝีเท้าของอะไรสักอย่างมุ่งมาทางนี้..”จบประโยคนั้นผู้พวกกล้าก็มองหาไปรอบๆ  ส่วนกาดิน่านั้นโผถลาไปยังทิศทางหนึ่งทันที

 

 

“นายท่านนนนน”

 

 

…ไหนมันบอกไม่รู้...

 

 

หมาป่านึกในใจเมื่อกาดิน่านั้นพุ่งไปราวกับเป็นสัญชาตญาณมันไม่ได้มองหาเลยสักนิดและพุ่งหายไปในพุ่มไม้หนาและเงียบหายไป...

 

 

“นายท่านครับ เมื่อกี้ผมโดนข่มขู่~!!!”เสียงโวยวายทำเอาหมาป่าสะดุ้งเฮือก เสียงงอแงฟังดูปัญญาอ่อนของนักรบดินกับมิเกะดังต่อเนื่องและใกล้เข้ามาทุกทีเหล่าผู้กล้าหันควับไปยังทิศทางนั้นมองเป็นตาเดียว พลันเสียงของวานรที่อาจฟังดูเรียบเฉยไม่คุ้นหูก็ดังขึ้น

 

 

“อะไรของแก แถวนี้จะมีอะไรมาตอแยแกได้ ถ้ามีก็ฆ่า...”พลันเสียงที่ฟังดูโฉดไม่น้อยชะงักค้างเมื่อหันมาเจอกับผู้กล้าทั้งหลายเขาโดยเฉพาะว่ามาหยุดลงที่ผู้นำเผด็จการที่กำลังมองมาตาเขม็ง พลันเจ้าหนุ่มที่ทำหน้าโหดก็เปลี่ยนท่าทีขึ้นมาทันควัน...

 

 

“อ..เออ...เป็นอะไรหรือเปล่า~หม้อ!!”ผู้เรียกภูติหันไปดูแล “หม้อข้าวหม้อแกง” ของตัวเองทั้งที่เมื่อครู่มีท่าทีละเลยเสียอย่างนั้น เจ้าของเสียงกระพือปีกแผ่วเบาที่ตามมาหัวเราะเบาๆ พลางยิ้มหวานอย่างเคย กาดิน่ากอดแข้งกอดขาเจ้านายตัวเองคาดว่าถ้าเป็นการ์ตูนคงต้องมีรูปกาดิน่านี่น้ำตาไหลเป็นน้ำตกแน่ๆ

 

 

“ผมก็โดนนะครับ~ฮืออ~”มิเกะลอยมาคลอเคลียนายท่านเช่นเดียวกัน มองๆ ไปเจ้าลิงนี่มันก็ดูเป็นขวัญใจมหาชนเสียจริงๆ ดวงตาสีทองหมาป่าหรี่ตามองอย่างไม่พอใจสักเท่าไหร่

 

 

“พวกแกไปไหนมากัน!”ทั้งสองหางที่กำลังวุ่นวายกับภูติขี้ฟ้องสะดุ้งเฮือกแล้วหันมามองหน้ากันช้าๆ ดวงตาสีอะเมทิสต์สบกับดวงตาสีเขียวเข้มเพียงเสี้ยววินาทีและหันไปมองที่เจ้าของดวงตาสีทองที่กำลังฉายแววโรจน์ แล้วตอบพร้อมกันว่า

 

 

“ไปล้างหม้อ / ไปซื้อของจ้ะ”

 

 

เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าการสบตาไม่ได้ทำให้รู้ใจกันแต่อย่างใด...

 

 

“หม้อแกอยู่นี่! ลิงงี่เง่า”หมาป่ากล่าวเสียงเข้มหลังจากที่เคยทำภารกิจกับลิงนี่ เขาก็เดาได้ว่า “หม้อ” ที่มันว่าต้องหมายถึง “กาดิน่า” ที่ลอยตุ๊บป่องแล้วใกล้ๆ นี่แน่นอน คำผรุสวาทจากหมาป่าซึนๆ แทงเข้าไปกลางใจของวานรหน้าหล่อที่งี่เง่าบอกเหตุผลขัดกับหลักความจริงแรงๆ

 

 

“อ...เออ...จริงๆแล้ว...ชั้นไปล้างปากมิเกะมา...”

 

 

ดวงตาสีทองหรี่ลงบ่งบอกว่ากำลังขัดใจในคำตอบที่บ่ายเบี่ยงสุดๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะไม่เชื่อก็รีบหันไปหาภูติของตัวเองทันที

 

 

“ใช่ไหม มิเกะ!”

 

 

“อ..เออ...มั้งครับ”ภูติพื้นฐานตอบหน้าเอ๋อพยักหน้ารับแบบงงๆ พลางนึกในใจว่าเจ้านายของตนนั่นหนาเอาตนไปล้างปากเมื่อไหร่ เจ้าของดวงตาสีทองนั้นเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มหวานเชือดคอแทน เป็นยิ้มหวานที่ทำเอาลิงแถวๆ นี้หัวใจละลาย... เดี๋ยวก่อนสิ...มันใช่เวลาไหมน่ะ...

 

 

“แล้วทำไมคำตอบมันถึงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาละ หืมม์...?”

 

 

สายตาที่มองจิกเรียกสติลิงโง่ๆ ที่หลงละเมอเพ้อภพกลับมาอย่างรวดเร็ว หยาดเหงื่อหนึ่งหยดผุดขึ้นมาบนใบหน้าบ่งบอกว่าสมองกำลังทำงานอย่างหนัก มือทั้งสองยกขึ้นมากั้นราวกับส่งสัญญาณห้ามเสียงอย่างนั้น...

 

 

“ก...ก็ ชั้นเอาหม้อไปล้าง ล้างเสร็จชั้นก็เลยล้างปากมิเกะ พอกลับมา ค้างคาวก็ชวนชั้นไปซื้อของไง...”

 

 

“ชิ!!! แหม...เป็นแฟนที่ดีจริงๆ เลยนะ...”เสียงพูดพึมพำตอนท้ายที่เบาบางจนไม่มีหางไหนได้ยิน แต่เสียงที่ทุกหางได้ยินแน่ๆ คือเสียง  “ชิ” นี่ล่ะ วานรที่โดนหมาป่าขนสีครามสะบัดหน้าหนีพรืดไป เอียงคอด้วยความสงสัยบางส่วนก็เป็นเพราะว่าไม่แน่ใจสิ่งที่อีกฝ่ายพึมพำอย่างแผ่วเบาด้วย...

 

 

“อะไรอ่ะ....”

 

 

“ไม่ใช่เรื่องของแก! ไปรวมกับหางอื่นเลยไป!!!”

 

 

เดี๋ยวก่อนสิ...เมื่อกี้ที่พูดน่ะ มันเรื่องของคุณลิงเขาเห็นๆ เลยไม่ใช่เหรอ...?

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

“มากันแล้วเหรอ เหล่าผู้กล้า...”เสียงเอ่ยของโบลดาสแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพแสง โบลดาสนั้นหากมองเพียงภายนอกก็เป็นเพียงเสือตัวใหญ่ใจดีตาตี่เท่านั้นเอง แต่เมื่อมองดีๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือดาบอันยักษ์ที่ถืออยู่ ก็คงพอจะเชื่อได้ว่าเป็นแม่ทัพของเมืองแสง แต่ด้วยมาดที่ดูใจดีแล้ว จึงทำให้อาจดูไม่ออกถึงฝีมือที่แท้จริงว่า เก่งกาจเพียงใดถึงได้มีตำแหน่งใหญ่โตเพียงนี้

 

 

“ครับ ท่านโบลดาส”หมาป่ากล่าวพลางทำความเคารพท่านแม่ทัพตรงหน้า โบลดาสพยักหน้ารับรู้อย่างสงบ ดวงหน้าของพยัคฆ์หมุนซ้ายขวาอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังพินิจเหล่าผู้กล้าทั้งสิบสองที่ละหาง

 

 

“พวกเจ้าทั้งสิบสองหางต่างเป็นหางที่ท่านอเคเชียเลือกขึ้นมาเพื่อเป็นผู้กล้าที่จะปกป้องเหล่าหางทั้งสิ้น แต่ถึงอย่างไรก็แล้วแต่พวกเจ้าก็ยังเป็นเพียงผู้กล้าฝึกหัด เพราะฉะนั้น...” แม่ทัพโบลดาสหยุดพูดและยกดาบใหญ่ในมือขึ้นมาแล้วหันไปมอบดาบนั้นให้ทหารเสือดำข้ากายของตนถือและกล่าวต่อ... “พวกเจ้าต้องได้รับการทดสอบจากข้า..”

 

 

“หลีกหน่อย!”เสียงของทหารเสือสี่ถึงห้านายประสานขึ้นพร้อมกันก่อนที่เหล่าผู้กล้าจะหลีกออกพร้อมกันเมื่อหันมาเห็นสิ่งที่ทหารเสือดำกลุ่มนั้นกำลังยกมา ดวงตาสีทองมองสิ่งที่เหล่านายทหารยกมา มันคือท่อนไม้สีครีมขนาดยักษ์ที่ลักษณะคล้ายไม้นวดแป้ง เท่าที่หมาป่าประมาณการหมาป่าแอบคิดว่าท่อนไม้นั้นมันต้องมีขนาดใหญ่กว่าตนแน่ๆ และแน่นอนว่าเรื่องน้ำหนักคงไม่ต้องพูดถึงหมาป่าหลีกออกเป็นหางสุดท้าย ก่อนที่ท่อนไม้ยักษ์นั้นจะถึงมือของแม่ทัพโบลดาส ที่ถือมันได้หน้าตาเฉยโดยไม่แสดงถึงความหนักเลยแม้แต่แน่ ส่วนทหารเสือที่แบกมานั้นก็ถึงกับเหงื่อตกกันทีเดียว แต่ถึงกระนั้นกลุ่มทหารก็รีบทำความเคารพแก่แม่ทัพและรีบกลับออกไปทำหน้าที่ต่อ ขณะที่หมาป่าขนสีครามนั้นกำลังทึ่งกับพละกำลังของพยัคฆ์ร่างใหญ่ตรงหน้านั้น แม่ทัพแห่งเมืองแสงก็ได้กล่าวขึ้นว่า

 

 

“เอาล่ะข้าจะทดสอบพวกเจ้าทั้งสิบด้วยไม้นวดแป้งนี่!”เสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของโบลดาสกล่าวออกมาพลางชูไม้นวดแป้งชี้ไปที่เหล่าผู้กล้า ชวนให้ดูฮึกเฮิมแต่ทว่า...

 

 

“สิบสองไม่ใช่เหรอครับ?”เสียงของลิงตัวหนึ่งเอ่ยขึ้นขัดทำเอาทั้งหมดชะงักไป โบลดาสเหมียนหน้าไปมองหางที่พูด ดวงตาของโบลดาสขณะนี้คงกำลังมองดวงตาสีมรกตคมของวานรนั้นเป็นแน่แท้ ดวงตาสองคู่ราวกับสบกันอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายแล้วโบลดาสก็พยักหน้าน้อยๆ ราวกับเข้าใจอะไรสักอย่าง ดวงตาสีทองมองสลับระหว่างท่านแม่ทัพใหญ่กับลิงหน้าหล่ออย่างฉงน ก่อนโบลดาสจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเปี่ยมพลังอีกครั้ง

 

 

“พวกเจ้าทั้งสิบสองแบ่งกลุ่มกันกลุ่มละสามหาง เพื่อรอรับการทดสอบจากข้าก่อนที่ตะวันจะตรงหัว”สิ้นประโยคโบลดาสก็ถอนใจเล็กน้อยและพึมพำแผ่วเบาเล็ก แมวเหมียวที่มีหูเหนือกว่าหางทั่วไปหูกระดิกเล็กน้อย ดวงหน้าของแมวเหมียวเอียงเล็กน้อยราวกับรับรู้อะไรสักอย่าง ทำให้พึมพำร้องครางออกมาเบาๆ ก่อนเสียงที่ฟังดูอบอุ่นของแกะข้างกายจะดังขึ้น

 

 

“ค..คุณแมวคะ อยู่กลุ่มเดียวกันไหมคะ”

 

 

“อื้อ! เอาสิ เมี้ยว~”

 

 

ดวงตาสีทองของหมาป่ากวาดมองไปรอบด้านมองหน้าบุคคลที่เข้าตาตัวเองในหมู่หางทั้งสิบสองหางส่วนใหญ่เริ่มจับกลุ่มกันไปแล้ว พลันนัยน์เนตรเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นอะไรสักอย่างเข้ามาในดวงตาเสียได้

 

 

“นี่~หมาป่า! อยู่กลุ่มเดียวกันไหม ?”

 

 

“…”วงหน้าหล่อพร้อมรอยยิ้มเจิดจ้าดึงดูดของเจ้าของร่างของวานรที่เดินเข้ามาใกล้ทำให้คิ้วเรียวสวยสีไพลินขมวดเข้าหากันได้ไม่ยาก ดวงตาสีทองมองเลื่อนไปยังด้านหลังของผู้ที่สาวเท้ามาใกล้

 

 

“มองอะไรเหรอ?”เจ้าของเนตรสีมรกตเอียงคอเล็กน้อยก่อนหันไปมองทางที่สุนัขป่าขนสีครามนั้นมองอยู่

 

 

“มองหาแฟนแกไง”หมาป่าตอบอุบอิบดวงตาสีทองเลี่ยงหลบไปในใจขุ่นมัวอยู่ไม่น้อย...ซึ่งตัวหมาป่าเองก็ไม่ทราบว่าเหตุใดกัน ตนถึงได้มีอารมณ์ขุ่นมั่วถึงเพียงนี้ ไม่เกินเสี้ยววินาทีหลังจากนั้นเสียงหวานหยดย้อยของเจ้าของสรรพนาม ‘แฟน’ ที่ถูกเอ่ยถึงก็โผล่มาจากด้านหลังของหมาป่าที่กำลังหงุดหงิดทันที

 

 

“...หมาป่าจ๋า~ ให้ชั้นอยู่กลุ่มเดียวกับพวกนายได้ไหมจ๊ะ”

 

 

หมาป่าสะดุ้งเฮือกขยับตัวออกมาจากตรงนั้นด้วยความตกใจ ดวงตาสีทองมองไปยังจุดที่ใกล้กับที่ตนยืนอยู่เมื่อครู่ ค้างคาวได้ยืนบนจุดที่เรียกว่าใกล้จนแทบเป็นจุดเดียวกันทีเดียวอยู่แล้ว ดวงหน้าหวานของเด็กสาวที่ฉายแววซุกซนยิ้มอ่อนหวานราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

“ได้ไหมจ๊ะ?”เด็กสาวถามย้ำพลางเอียงคอเล็กน้อยราวกับสงสัย ผมสีแดงหยักศกเคล้าบ่าไล่เรียงลงมาอย่างสวยงาม เสียงถามเมื่อครู่ก้องกังวานอยู่ในหัวราวกับขับร้อง ดวงตาสีอะเมทิสต์ที่งดงามจ้องมองดั่งเช่นมนต์สะกด มือเท้าที่เคยเป็นอิสระราวกับถูกมัดจนไม่สามารถขยับโต้ตอบสิ่งใดได้ แม้แต่ดวงตาก็ไม่สามารถจะละออกไปเช่นกัน…

 

 

‘Charm…’

 

 

ตกลงใช่ไหมจ้ะ...เด็กดี...

 

 

-TBC-

 

เลิกอ่านกันหรือยัง ;_;

 

Cat

ตัวป่วนประจำก๊วนผู้กล้า มีออฟชั่นหูดีเกินปกติ อยู่ด้วยมากๆ ระวังจะติดหนี้โดยไม่รู้ตัว! แมวผู้รักการพนันเป็นชีวิตจิตใจ เก่งทั้งการใช้มีดและไพ่เป็นอาวุธ ชอบนอนกับชวนชาวบ้านพนันไปทั่วจนมีเหยื่อผู้น่าสงสารตกเป็นหนี้อย่างนับไม่ท้วน เ็ป็นเจ้าหนี้กระทั่งของเจ้าแม่เงินกู้ประจำกลุ่มอีกที่ ได้ชื่อว่านิ่งเป็นหลับขยับคือเล่นไพ่! แล้วก็...เหมือนจะชอบอะไร โง่ๆ นะ

 

 

"เมี๊ยว~ ใครอยากเล่นโป๊กเกอร์กับชั้นบ้าง?"

 

 

----------

ถ้ายังมีคนอ่านอยู่ก็ช่วยเม้นด้วยนะ ; 3;

ใครชอบหม้อบ้าง? #ว๊อทททท

edit @ 17 Feb 2012 08:00:46 by Reary

[Fic 12TailsOnline] Step of Love [Monkey x Wolf]-[3]

posted on 19 Oct 2011 19:35 by friedlich
 
 
.
 
 
 
.
 
 
 
.
 
 
 
.
 
 
 
Before Part: [Part1] [Part2]

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 Step of Love...

 

 

Third Step [เหล่าผู้กล้าที่ถูกเลือก]

 

 

Author: Rinrin & Gwang

Originate: 12TailsOnline

Pairing: Monkey x Wolf

Rate: PG-13

Warning: Yaoi(ชาย x ชาย),แฟนฟิคเรื่องนี้ไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องจริงของเกม 12TailOnline แต่อย่างใด กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

 

...เรา...สู้กับพวกสตริงบั๊ก...แล้ว...ยังไงต่อนะ..?

 

 

“!!!”ร่างของหมาป่าลุกพรวด แต่เนื่องจากผ่านการนอนหลับที่ยาวนานจึงทำเอาแทบจะล้มลงไปอีกครั้ง หมาป่าสะบัดหัวไล่ความมึนงงพลางนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่...

 

 

“อ้าว ฟื้นแล้วเหรอคะ”

 

 

เสียงของเด็กสาวดังขึ้นจากที่ไม่ไกลนักทำเอาหมาป่าสะดุ้ง ดวงตาสีทองแวววับมองเด็กสาวแปลกหน้าด้วยความตระหนกเล็กๆ และเริ่มสำรวจรอบด้านอย่างลวกๆ สรุปได้ว่าเข้าอยู่ในกระโจมที่ไม่ใหญ่มาก เด็กสาวคนเดิมยิ้มอย่างเป็นมิตรก่อนกล่าวอธิบายออกมาอย่างไม่รีบร้อน

 

 

“คือเห็นว่าคุณสลบไประหว่างภารกิจน่ะค่ะ มีคุณลิงกับคุณค้างคาวช่วยพามา เห็นคุณโกทันว่ามีแผลทะลุที่บริเวณท้องอยู่..”

 

 

คำอธิบายยาวยืดทำให้หมาป่ามีเวลาสักพักในการสำรวจเด็กสาวตรงหน้า เป็นเด็กสาวที่มีผมสีชมพูประบ่าและมีใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ ดวงตาสีฟ้าของเธอดูอ่อนโยน แต่เมื่อมองที่จมูกรั้นก็พอรู้ได้ว่าถ้ามีใครมาพูดอะไรที่เธอไม่เห็นด้วยคงเถียงใจขาดดิ้นแน่ๆ  หูของเจ้าหล่อนยาวเลยกว่าผมเสียอีก อีกทั้งเขาที่ใหญ่บอกได้ไม่ยากว่าคงเป็นแกะแน่ๆ

 

 

เอ๊ะ...ใช่ แผลเขาล่ะ!

 

 

เขาก้มลงมองสำรวจตัวเองอย่างตระหนกก่อนจะพบว่าที่ร่างกายของตัวเองนั้นไม่มีแผลเลยสักรอยเดียว เขาได้ยินเสียงเด็กสาวหัวเราะคิกคักเบาๆ ทำให้หมาป่าเหลือบมองใบหน้าอ่อนเยาว์นั่นอย่างไม่พอใจสักเท่าไหร่

 

 

“แผลนั่น คุณลิงบอกว่าให้หมอที่เมืองแสงรักษาให้แล้วล่ะค่ะ หมอที่เมืองแสงนี่เก่งจริงๆ เลยค่ะ ขนาดแผลฉะกรรจ์แบบนั้นยังรักษาแบบไม่ทิ้งรอยไว้ได้เลยค่ะ สักวันชั้นก็จะแบบนั้นบ้าง...อ้อ! ชั้นคือ แกะนะคะ เป็นหมอค่ะ ถึงจะยังไม่เก่งเท่าไหร่ แต่ถ้าเกิดมีแผลมาเมื่อไหร่ก็จะช่วยรักษาให้ได้ทุกเมื่อเลยนะค่ะ”

 

 

เด็กสาวกล่าวจบก็โค้งตัวเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขอตัวแล้วเดินออกไปจากกระโจมนั้น หมาป่าขมวดคิ้วแล้วสำรวจรอบข้างอีกครั้ง กระโจมผ้าสีสด..แสงสีส้มจากคบเพลิงยิ่งทำให้สีสันของกระโจมร้อนแรงขึ้นไปอีก พรมสีเข้ากันเพียงผืนเดียวถูกปูใต้กระโจม  ที่นอนไม่สูงมาก ก็เป็นสีโทนเดียวกันทั้งหมด สัมภาระเขาก็วางไว้ไม่ใกล้ไม่ไกลตัวเขานัก ส่วนดาบคู่ของเขาเองก็ถูกวางพิงไว้กับข้าวของของเขานั่นเอง หมาป่าไม่อยากคิดอะไรมากนักจึงตัดสินใจคว้าดาบแล้วเดินออกไปด้านนอก

 

 

“...”ดวงตาสีทองกวาดมองรอบกายมันคือบริเวณแคมป์ของผู้กล้านั่นเอง ไม่ทันที่เขาจะได้สำรวจสิ่งใดไปมากกว่านั้น เสียงของแพนด้าแดงก็ดังขึ้นเสียก่อน

 

 

“อ้าว! ฟื้นแล้วเหรอ”ดวงตาสีทองหันไปมองแพนด้าแดงที่เหมือนว่ากำลังจะเดินเข้ามาหาเขาพอดิบพอดี หมาป่าไม่ได้พูดตอบอะไรเพียงแต่มองหน้าของผู้ที่ทักมาเท่านั้น

 

 

“ตอนแรกข้าฟังมาจากคุณโกทัน นึกว่าเจ้าจะเป็นอะไรมากซะแล้ว ที่แท้ก็สบายดีเหรอเนี่ย อ๋อใช่! คุณโกทันเองก็ฝากความเป็นห่วงมาด้วยนะ แล้วก็ชมมาว่าผู้กล้าน่ะ เก่งสุดๆ สมกับเป็นผู้กล้าจริงๆ ข้าว่าแล้วเชียวว่าเจ้าน่ะดูเจ๋ง! จริงๆ แล้วเจ้าช่วยปกป้องเจ้าผู้ใช้ภูตนั่น กับยายหนูค้างคาวก็เลยเป็นแบบนี้สินะ ทั้งสองคนถึงได้กลับมาแบบไม่มีรอยขีดขวนแบบนั้นน่ะ!!”

 

 

หูของหมาป่ากระดิกจึ๊กๆ คิ้วขมวดเข้าหากันยิ่งกว่าเก่าจนแทบจะกลายเป็นโบว์ ในใจนึกสงสัยอย่างหนัก...ตอนนี้เขาเพิ่งทำลายไปเพียงรังเดียวเท่านั้น สตริงบั๊กก็เหลืออีกมาก แถมแทบจะโดยรุมกินโต๊ะ..รอดมาได้แบบไม่มีรอยขีดข่วน...มันหมายความว่ายังไง?

 

 

“ไม่มีรอยขีดข่วนเลยเหรอ...?”

 

 

“อือ! แล้วก็..พรุ่งนี้พวกเจ้าต้องรับการทดสอบจากแม่ทัพโบลดาสนะ ฝากบอกผู้กล้าทุกคนด้วยล่ะ ”แพนด้าแดงกล่าวก่อนชี้ไปที่กองไฟ หมาป่าจึงสังเกตเห็นเหล่าสัตว์หางทั้งหลายที่นั่งล้อมวงกันอยู่รอบกองไฟ

 

 

ทั้งหมดถ้ารวมเขาไปด้วยก็จะเป็น 12 หาง...

 

 

หมาป่าเลิกคิ้วกับจำนวนผู้กล้าที่มากเกินคาด แต่ในหัวยังนึกวนเวียนกับเรื่องที่ตนข้องใจอยู่เมื่อครู่เล็กน้อย ดวงตาสีทองมองหาคู่กรณีอีกสองคน ซึ่งได้แก่วานรกับค้างคาวนั่นเอง

 

 

“อ๊ะ! คุณหมาป่า มาแล้วเหรอคะ กำลังรออยู่เลยค่ะ”แกะตัวเดิมที่หันมาพบเขาพอดีกล่าวด้วยรอยยิ้ม ขณะที่สัตว์หางทั้งหมดหันมามองเขาเป็นตาเดียว พลันดวงตาสีทองหันไปเห็นผู้ที่ตนตามหา เช่นเดียวกับอีกฝ่ายที่หันมามองตนพอดี ดวงตาสีเขียวพฤกษาเบิกกว้างเล็กๆ ก่อนหันไปพูดบางอย่างกับเด็กสาวค้างคาวด้านข้างอย่างร้อนรน หมาป่าตัดสินใจไม่พูดอะไรก่อนตัดสินใจเดินไปนั่งข้างๆ วานรตัวดั่งกล่าว วงหน้าคมฉายแววตกใจนิดๆ อีกครั้ง แต่เขาเองก็ทำเป็นไม่สนใจอะไร

 

 

“ไหนๆ ทุกคนก็มาครบกันแล้ว เรามาแนะนำตัวกันสักหน่อยดีไหมคะ”เสียงแจ้วๆ ของเด็กหญิงดังขึ้น หมาป่าเหลือบมองอย่างอดไม่ได้ จึงพบเด็กหญิงที่มีผมสีชมพูเข้มแสบตาแกละสองข้างยาวเกือบถึงพื้น แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่า นั้นคือหู ไม่ใช่ผมของเธอแต่อย่างใด ในมือของเธอถือปืนไรเฟิลยาวไว้ อย่างไม่เหมาะกับวัย และหน้าตาที่ดูน่ารักเลยสักนิด ดวงตาแปลกประหลาดเจือสีทับทิมมองไปรอบๆ เพื่อหาหางแรกที่จะพูดก่อน

 

 

“อ๊ะ! คุณหมาป่าที่เพิ่งมาก่อนเลยค่ะ”หมาป่าเลิกคิ้วนิดหน่อยเมื่อถูกบอกให้ทำเช่นนั้น ในใจนึกบ่นเด็กน้อยที่ทำอะไรให้ยุ่งยากน่าราญ แต่เมื่อทุกสายตามองมาก็ดูเหมือนว่าจะต้องทำตามที่กระต่ายนั่นบอกแบบช่วยไม่ได้

 

 

“ชั้นเป็นหมาป่า ชื่อน่ะ ไม่ต้องรู้มันหรอก ส่วนอาวุธก็คือดาบ แค่นี้ล่ะ”เจ้าของขนสีครามตัดกล่าวบทที่ทั้งสั้นทั้งห้วน เรียกเสียงแย้งโวยวายจากกระต่ายต้นเรื่องได้อย่างดี

 

 

“อ่ะ..เอ๋ ไม่บอกชื่อได้ยังไงกันล่ะค่ะ! แล้วของที่ชอบหรือว่า...”

 

 

“ชั้นเป็นสัตว์กินเนื้อ...ใครซักไซ้ ชั้นจะจับกินเป็นอาหารเย็น!” คำพูดฟังดูชวนสะดุ้งนอกจากนั้นมันก็ยังฟังดูขู่เข็นในประโยคเสียจริง กระต่ายน้อยได้แต่เลือกที่จะหดหัวไม่ถามอะไรต่ออีก

 

 

“อ..อ่า ต่อไปคุณไบสันค่ะ”

 

 

“โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก” เสียงคำรามดังขึ้นยาวๆ แน่นอน...แทบจะไม่มีใครฟังออก…กระต่ายไม่พูดแล้วอะไรก่อนจะตัดบทเสียเอง

 

 

“เออ..คุณกิ้งก่าค่ะ”กิ้งก่าใช้ดวงตราเหลือบมองกระต่ายหน้าตาน่ารักนั่นนิดๆ ในดวงตานั้นดูเหมือนจะฉายแววรำคาญบวกกับหน่ายหน่ายใจไว้กระมัง กระต่ายที่คาดหวังบทแนะนำตัวที่ยาวๆ และเป็นมิตรเหมือนโรงเรียนอนุบาลมองกลับตาเป็นมัน กิ้งก่าจึงกล่าวออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

 

“ก็อย่างที่เห็น ชั้นเป็นกิ้งก่า แล้วก็ใช้ธนู..แค่นั้น...”

 

 

“อ๊ะ! อะไรกั...”

 

 

“ต่อไป!”สัตว์กินเนื้อตัวเดียวในกลุ่มกล่าวตัดบทอย่างนึกรำคาญเมื่อเห็นกระต่ายมากเรื่องทำตัวเรื่องมาก ดวงหน้าน่ารักของเด็กน้อยตอนนี้ยู่เข้าหากันอย่างไม่พอใจนัก ดวงตาเจือสีทับทิมจ้องมองหมาป่าแกล้งเด็กอย่างคาดโทษ เพนกวินซึ่งคือตัวต่อไปก็กล่าวแนะนำตัวออกมาบ้าง

 

 

“อั๊วเป็นเพนกวินนะ ชอบกินปลา...”

 

 

“ไม่มีประโยชน์!! ต่อไป!”

 

 

ช่างเป็นการแนะนำตัวที่รวดเร็วอย่างน่าใจหาย ดูเหมือนการชอบกินปลาของเพนกวินจะไร้ประโยชน์ในสายตาของสัตว์กินเนื้อเอาเสียมาก หมาป่าไม่สนใจสายตาของกระต่ายที่มองมาแบบไม่ปลื้มสุดๆ เมื่อจะได้การแนะนำตัวที่เจ้าหล่อนอยากได้หมาป่าก็ขัดเสียแล้ว

 

 

“ข้าคือแพนด้า ข้าใช้หมัดมวยเป็นอาวุธ...”แพนด้ายืนขึ้นกล่าวพลางโค้งตัวคำนับครั้งหนึ่งและกลับลงไปนั่งเหมือนเดิม ไม่ต้องรอให้พูดคำว่าต่อไป กระต่ายถึงเวลาต้องแนะนำตัวก็ผุดลุกขึ้นมาแจกยิ้มพอดีแบบไม่ต้องบอกทันที

 

 

“ชั้นเป็นกระต่ายค่ะ สามารถผสมยาได้ แล้วก็ชอบกินแครอนม...”

 

 

“ต่อไป แมว!”หมาป่าตัดบทไม่สนใจที่กระต่ายจะพูดต่อสักนิด แมวสีน้ำตาลที่เหมือนจะหลับอยู่สะดุ้งตื่น หมาป่าหรี่ตามองน้อยๆ

 

 

“ห๊ะ...อะไรกันเหรอ...”แมวถามขึ้นด้วยน้ำเสียงง่วงเงีย ก่อนที่หมาป่าจะตอบด้วยน้ำเสียขู่เข็นเช่นเดิม

 

 

“แนะนำตัว...”

 

 

“อ๋อ...ชั้นเป็นแมวนะ ราตรีสวัสดิ์..”สิ้นคำพูดราตรีสวัสดิ์แมวที่ว่าก็จมสู่ห้วงนิทราไปอีกเสียแล้ว กระต่ายที่โดนตัดบทเมื่อครู่ได้แต่นั่งตาแดงอย่างน่าสงสาร หมาป่ายิ้มนิดๆ ก่อนจะกล่าวออกมาว่า

 

 

“ดีมาก ต่อไป..”ถามจริงเถอะ ที่ว่าดีมากเนี่ย เพราะกระต่ายร้องไห้หรือเพราะแมวแนะนำตัวสั้นดีกันแน่หว่า

 

 

“ชั้นเป็นปลาวาฬนะ ถ้ามีของกินล่ะก็ เอามาให้ชั้นได้ทุกเมื่อเลย...”

 

 

“ต่อไป!”

 

 

การแนะนำตัวอย่างสั้นๆ ดำเนินต่อไปจนกระทั้งเกือบถึงหางสุดท้าย...

 

 

“ชั้น..เป็นค้างคาวนะจ้ะ...แค่นั้นล่ะ”เด็กสาวกล่าวพลางโปรยยิ้มพิมพ์ใจครั้งหนึ่ง อย่างพอเป็นพิธีฟังดูไม่ว่ายังไงก็ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นคำแนะนำตัวแสนสั้นที่หมาป่าน่าจะพอใจแต่ทว่า...

 

 

“เดี๋ยว...”คำเอ่ยห้ามที่ทำเอาทุกหางหันมามองเป็นตาเดียว เพราะทุกครั้งคุณท่านมักจะเป็นฝ่ายตัดบทมิใช่ฝ่ายรั้งไม่ใช่หรือ อีกทั้งคำแนะนำตัวที่คุณท่านให้แนะนำมันก็ดูเหมือนว่าไม่จำเป็นต้องแนะนำด้วยซ้ำเพราะก็เห็นๆ ก็อยู่ว่าใครเป็นตัวอะไร

 

 

“เธอทำอะไรได้เหรอ?”เหมือนว่าหมาป่าสัตว์กินเนื้อจะเป็นพวกเอาแต่ใจตัวเองสุดๆ ถ้าเกิดคิดตามความคิดของปุถุชนปกติอาจจะคิดว่าหมาป่านั้นไซร้ชอบค้างคาวเสียแล้ว...แต่จริงๆ แล้วก็แค่เพราะเรื่องเมื่อตอนกลางวันต่างหากที่หมาป่าสงสัยนักสงสัยหนา

 

 

“อ๋อ..ชั้นเหรอ..”ค้างคาวเอียงคอเล็กน้อยอย่างพองามและทำท่าคิดไปสักพัก

 

 

“ก็..เป็นนักเวทแห่งความฝันจ้ะ...แล้วก็...สาปหนุ่มๆ ให้เป็นทาสของชั้นได้ด้วยนะ♥”หมาป่าทำหน้าเจื่อนๆ เสียงของวานรที่นั่งติดกันลอยลมอย่างน่าขำจนค้างคาวต้องศอกสักเปรี๊ยง

 

 

“ยัยหลงตัวเอง...อุ๊ก!”

 

 

“หุบปากไปเลยย่ะ!”ค้างคาวกล่าวพลางสะบัดหน้างามๆ ของเจ้าหล่อนหนีไปอย่างเคืองนิดๆ  ต่อมาก็ถึงลิงที่เป็นหางสุดท้ายจนได้นี่ก็เป็นอีกหนึ่งหางที่หมาป่าสงสัย...

 

 

“แล้วแกล่ะ?”เสียงของหมาป่าถาม ดวงตาสีทองมองเจ้าลิงใกล้ตัวที่มัวแต่จุกกับศอกเย็บรุนแรงเมื่อครู่อยู่ วานรสะดุ้งเล็กๆ พลางทำหน้าเล่อหลาขึ้นมาเสียดื้อๆ

 

 

“อ..เออ..ชั้น..คือ...ชั้นเป็น....”

 

 

“ลิง?”หมาป่าต่อให้เพราะดูเหมือนถ้าปล่อยให้ไอ้หมอนี่พูดมันจะยืดยาวไปกว่านี้ ดวงตาสีเขียวเบิ่กกว้างอีกนิดหนึ่งก่อนพยักหน้ารัวๆ เหมือนว่ากำลังตื่นเต้นอะไรสักอย่างเสียอย่างนั้น...

 

 

มันเป็นอะไรของมัน...?

 

 

“…”

 

 

หยุดซะทีสิ!

 

 

หัวใจในหน้าอกมันเต้นรัวเสียจนแทบจะทะลุออกมา ล่อเอาซะลิงหน้าหล่อนี่จะร้องไห้อยู่ร่อมร่อ พลันเสียงของค้างคาวสาวที่นั่งด้านข้างก็ดังก้องอยู่ในหัวราวกับจะเตือนสติ

 

 

นายเป็นบ้าไปแล้วสินะ

 

 

“แล้วนายทำอะไรได้?”

 

 

“ก..ก็เรียกภูติได้”ตอนนี้ดูเหมือนจะทำได้แค่ตอบคำถามที่อีกฝ่ายต้องการออกมาก็เท่านั้น ดวงตาสีอะเมทิสต์ของค้างคาวที่นั่งข้างๆ มองอย่างอดสังเวชเล็กๆ ไม่ได้ เมื่อเห็นเพื่อนของตนกลายเป็นแบบนี้ไปซะแล้ว

 

 

“นอกจากนั้น....?”

 

 

ดูเหมือนว่าสติของหางที่ถูกถามจากหลุดลอยไปไกลทุกที...

 

 

“เอ...หุงข้าวได้...”

 

 

“หืมม...”เจ้าของดวงตาสีทองประกายแวววับนั่นหรี่ลงนิดๆ กับคำตอบที่ไม่น่าพอใจสักเท่าใดนัก...

 

 

“แล้วอย่างอื่น...”

 

 

“ช..ชั้นทำอาหารเป็นนะ..”

 

 

โอเค...หมดคำถาม...

 

 

หมาป่าคอตกทำทันสำหรับคำตอบที่อาจจะฟังดูแฟมิลี่แมนไปสักหน่อย เขามั่นใจว่าเขาถามเรื่องต่อสู้ ไม่ใช่ว่า มันทำงานบ้านอะไรเป็นบ้างหรือเปล่า..

 

 

พลันเสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากค้างคาวที่เมื่อครู่สังเวชเพื่อนตนเป็นอันมาก มือเพรียวบางของเจ้าหล่อนยกขึ้นปิดปากบังเสียงหัวเราะแบบพองาม แต่ก็ไม่รอดพ้นวานรเจ้าของคำตอบน่าหัวเราะที่หันขวับไปถามเกือบจะทันที

 

 

“อะไรน่าหัวเราะ!”

 

 

“ไม่มีซะหน่อยนะจ๊ะ...อุ๊บ!!!”ค้างคาวตอบด้วยรอยยิ้มแต่ไม่ทันไรเจ้าตัวก็ต้องปิดปากตัวเองอีกรอบเพราะความขำ ทำเอาวานรนั้นขู่ฟ่ออย่างไม่พอใจนัก ภาพนั้นทำให้หมาป่าเลือกที่จะละสายตาและไม่สนใจทั้งสอง เจ้าของร่างที่ปกคลุมด้วยสีไพลินนั่นลุกขึ้นแล้วหันมาสนใจพวกที่เหลือแทน

 

 

“เมื่อกี้เจ้าแพนด้าแดงบอกชั้นว่า พรุ่งนี้ท่านแม่ทัพโบลดาสจะทำการทดสอบพวกเราเหล่าผู้กล้า ชั้นแนะนำให้พวกนายรีบไปพักผ่อนสำหรับวันพรุ่งนี้ดีกว่า...”

 

 

พูดจบเจ้าของขนสีฟ้าครามก็หมุนตัวหันหลังเดินออกจากกองไฟไป...

 

 

“ข้าว่าเขาเหมาะสมจะเป็นผู้นำนะ”แพนด้าผู้ใช้หมัดมวยเอ่ยความคิดเห็นขึ้น ก่อนที่ดูเหมือนหลายๆ หางจะเริ่มพยักหน้าเห็นด้วยส่วนหนึ่ง แต่แน่นอนว่าต้องมีกระต่ายบางตัวที่ถูกรังแกเมื่อกี้ล่ะ ที่ไม่เห็นด้วย

 

 

“ไม่ล่ะค่ะ ชั้นว่า เผด็จการชะมัดเลย~!!!”

 

 

จบคำพูดนั้นแทบทุกหางก็หัวเราะครืนแทบจะพร้อมๆ กัน ทำเอากระต่ายทวินเทลหัวหมุนด้วยความสงสัย

 

 

“ห..หัวเราะอะไรกันคะนั่น!!!”

 

 

ท่ามกลางบรรยากาศเช่นนั้นคงมีเพียงแต่วานรกับค้างคาวที่มองตามผู้ที่เหมาะสมจะเป็นผู้นำนั้นเดินหายลับเข้าไปในกระโจมของตัวเอง แล้วตัดสินใจที่จะลุกและเลี่ยงออกมาจากกองไฟ…

 

 

เจ้าของดวงตาสีเขียวพฤกษานั่นนั่งอยู่บนต้นไม้สูงพลางมองลงไปที่กระโจมด้านล่าง แน่นอนว่าเจ้าตัวคงสนใจหางในกระโจมนั่นมากกว่าตัวกระโจมเป็นแน่

 

 

“เฮ้อ..แย่จังเลยนะ ทั้งที่นิสัยแบบนี้แต่ดันอ่อนแอซะได้..”เสียงของค้างคาวลอยลมมาในความมืดบ่งบอกว่าเธออยู่ใกล้หูวานรที่กำลังทำหน้าเคร่งอยู่นั่นเอง ร่างของเจ้าหล่อนปรากฏออกมาจากความมืดอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีสวยเหล่มองเจ้าของดูตาสีเขียวที่กระตุกยิ้มนิดๆ เมื่อเธอพูดเช่นนั้น

 

 

“เพราะแบบนั้นถึงจะน่าปกป้องไม่ใช่เหรอ?”

 

 

“ชั้นก็ว่าน่ารักดีนะ”เด็กสาวผมสีแดงกล่าวกับพลางหัวเราะคิกคักเบาๆ ในความมืดที่เงียบงันแล้วมองลงไปจุดเดียวกับที่วานรกำลังมองอยู่ โดยที่ผู้ที่ถูกมองมิอาจจะรู้ได้เลย...

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

“เห็นว่าแผลของคุณหมาป่านี่ทะลุท้องเลยล่ะค่ะ หมอที่เมืองแสงนี่รักษาแบบไม่เหลือร่องรอยไว้แม้แต่นิดเดียวเลยค่ะ สุดยอดจริงๆ”เสียงของหมอผู้ใช้พลังเวทเยียวยากล่าวกับแพนด้าจอมยุทธ์ที่นั่งอยู่ใกล้เคียงหลังจากที่หางอื่นเริ่มลุกกันไปบ้างแล้ว

 

 

“เออ..ท่านแกะ..”หลังจากที่นั่งฟังมาสักพักแพนด้าก็เอ่ยขัดขึ้นมาด้วยสำเนียงจีนๆ เช่นเดิม..แกะที่กำลังจะร่ายถึงความยากในการรักษาแผลฉกรรจ์ให้ไม่เหลือร่องรอยนั้นก็ต้องหยุดฟังแพนด้าไปเสียก่อน

 

 

“หือ อะไรเหรอคะ..?”เด็กสาวเอ่ยถามอย่างสนใจก่อนที่แพนด้าจะกล่าวต่อไป

 

 

“ถึงข้าจะอยู่เมืองแสงมาไม่นาน...แต่ว่า...ที่เมืองแสงเนี่ย...ไม่มีหมอหรอกนะ...”

 

 

“เห!!!”

 

 

-TBC-

 

วันนี้มาอัพเนื่องในโอกาสอารมณ์ดีมีคนเม้น~=w=~

 

 

ต่อไปขอแนะนำเพื่อนพระเอกค่ะ

 

 

Bat

ค้างคาวแสนสวยและแสนซน ความงามที่ลึกลับพร้อมจะทำให้ผู้ชายทุกหางตกเป็นทาส!! สวย ใจดี เซ็กซี่ กินเลือด(?) นางสาวไทยคนต่อไปหรือเปล่าเนี่ย! เรื่องฝีมือยังคงเป็นความลับ แต่ดูเหมือนว่าเจ้าหล่อนจะรู้อะไรหลายๆ อย่างล่ะสิเนี่ย!!

 

 

"ก็อุบเงียบไว้มันมีเสน่ห์มากกว่าไม่ใช่เหรอจ้ะ"

 

 

....

 

 

----------------

 

 

เสร็จไปอีกตอน วันหลังจะมาอัพใหม่วันที่อารมณ์ดีนะคะ ฟิคหลายตอนในสต็อคยังคงกองอยู่ต่อไปXD

*วิ่ง*

edit @ 20 Oct 2011 18:46:10 by Reary

[Fic 12TailsOnline] Step of Love [Monkey x Wolf]-[2]

posted on 03 Oct 2011 17:44 by friedlich
 
 
.
 
 
 
.
 
 
 
.
 
 
 
.
 
 
 
Before Part: [Part1]

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 Step of Love...

 

 

Second Step [คำสั่งที่ผิดแปลก]

 

 

Author: Rinrin & Gwang

Originate: 12TailsOnline

Pairing: Monkey x Wolf

Rate: PG-13

Warning: Yaoi(ชาย x ชาย),แฟนฟิคเรื่องนี้ไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องจริงของเกม 12TailOnline แต่อย่างใด กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

 

 

 

 

“นายท่านไปไหน...”

 

 

เสียงของกาดิน่าตัวเล็กๆ ที่ลอยตุ๊บป่องอยู่ในแคมป์ผู้กล้าเปรยขึ้นเมื่อพบว่าเจ้านายเหนือเกล้าของตนหายไปนานสักพักหลังจากที่ตนแอบอู้ไปนั่งคุยกับเพื่อนรักเพื่อนตายนาม “มิเกะ” ที่เป็นภูติเช่นเดียวกับตน แน่นอนร่วมเป็นร่วมตายมาด้วยกันหลายครั้ง ถึงแม้จะเป็นภูติเหมือนกันแต่หน้าตาเราก็แตกต่างกันเสียจริง มิเกะเป็นภูติพื้นฐานสีฟ้าสดใสที่ผู้ใช้ภูติทุกคนต้องมี ขนาดนั้นเล็กๆ เหมาะมือ เขวี้ยงซ้อมได้เหมือนลูกเบสบอลก็ไม่ปาน ส่วนตัวกาดิน่านั้นกลับเป็นหินศิลาสีขาวที่มีลวดลายโบราณอยู่มองด้วยรูปการแล้วอาจจะไม่แน่ใจว่าเอาไปทำอะไร แต่จริงๆ แล้วมันก็มีหน้าที่ที่ทำประจำอยู่นะ...

 

 

“เอ..นั่นสินะ ไปกับ คุณอโฟรไดท์ไม่ใช่เหรอ”มิเกะตอบพลางลอยลมไปรอบๆ หัวของกาดิน่าที่มองซ้ายขวาอย่างสงสัย ดาบกับโล่ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดนั้นแกว่งซ้ายทีขวาทีเมื่อตัวมันหันไปมาเช่นนั้น แต่แล้วมันก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นเจ้านายของตนกำลังวิ่งตามแพนด้าแดง พร้อมกับร่างของเด็กสาวที่มีปีกค้างคาวคุ้นตากับหมาป่าขนสีฟ้าหน้าสวยที่พวกมันไม่คุ้นหน้า

 

 

“นั่นไง!!!! นายท่าน!”เสียงกาดิน่าวัยขบเผาะร้องบอกเพื่อนของมันที่ลอยหมุนวนไปรอบๆ อย่างน่าเวียนหัว บางทีหากมีใครมองไกลๆ อาจจะเหมือว่ามันมีวงแหวนสีฟ้าบนหัวก็เป็นได้ มิเกะหยุดชะงักการลอยจงกรมที่น่าปวดหัว แล้วมองไปยังทางที่กาดิน่าเพื่อนตายใช้ดาบหินใหญ่ๆ ชี้บอก

 

 

“อ๊ะ! จริงด้วยสิ!”

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

“นายท่าน~!!!”

 

 

เสียงร้องคุ้นหูดังขึ้นไม่ไกลนัก แต่เด็กหนุ่มเจ้าของสมญา “นายท่าน” ที่ว่านั้นก็ใช่ว่าจะสนใจสักนิด แค่ชะงักสักนิดยังไม่ ดูท่าว่าเจ้าตัวจะไม่แคร์ลูกน้องตัวเองสินะ ขาพยายามก้าวไม่ให้เร็วเกินไปนักเพื่อไม่ให้แซงเจ้าแพนด้าแดงที่นำทางกับหมาป่าข้างๆ ที่วิ่งสุดกำลัง ส่วนค้างคาวก็บินเอื่อยอยู่ข้างเขาตามเช่นปกติ เขาไม่เสียเวลารอลูกน้องตัวเองที่ลอยตามมาสักนิด ไม่นานก็ถึงฟาร์มแครอนของโกทัน

 

 

 

 

 

 

 

“ไปให้พ้นนะ!”

 

 

เสียงของโกทันหวีดร้องดังขึ้นจากในฟาร์มทำให้พวกเขารีบรุดหน้าไปหาต้นเสียง แมลงตัวใหญ่พอๆ กับเหล่าสัตว์หางบินกระจายกันไปทั่วฟาร์มแครอน หมาป่าที่อยู่ด้านข้างเขารีบวิ่งเข้าไปเอาดาบฟาดใส่พวกมันทันที ดวงตาสีเขียวของเขามองไม่กระพริบเลยสักวินาที

 

 

...น่ารักจัง...

 

 

“มัวแต่คิดอะไรของนายน่ะ...เดี๋ยวแครอนก็ตายหมดฟาร์มหรอกนะ...”ค้างคาวที่ยืนอยู่ข้างเขากล่าว แน่นอนถึงตัวเธอจะพูดแบบนั้น แต่ตัวเธอเองก็ยังยืนอยู่นิ่งๆ ข้างเขาโดยไม่ทำอะไรเช่นกัน

 

 

“กลัวอะไรล่ะ...ตัวพวกนี้ซัดทีเดียวก็ตายหมดแล้วไม่ใช่เหรอ”เด็กหนุ่มกล่าวเสียงเรียบอย่างไม่ใส่ใจ ดวงตามองแต่คนที่เข้าไปสู้กับสตริงบั๊กอย่างเอาเป็นเอาตาย ขณะที่เสียงสองเสียงประสานกันไล่หลังเขามา

 

 

“นายท่านครับ~!”

 

 

“…”ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากนายท่านที่ท่านกำลังเพรียกหา กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง

 

 

ช่างน่าสังเวชกาดิน่าและมิเกะน้อยๆ ที่เจ้านายไม่แคร์ พวกมันได้แต่เงียบๆ แล้วลอยไปใกล้ๆ เจ้านาย นัยน์ตาสีมรกตของเจ้านายกำลังสนใจมองบางอย่าง ทำให้พวกมันมองตามไปยังหมาป่าตัวที่พวกมันไม่คุ้นพร้อมกับเครื่องหมายคำถามที่เกิดขึ้นในหัวกลวงๆ ของกาดิน่า

 

 

“นี่พวกแก! เขาให้มายืนดูรึไง!!!!”เสียงตะโกนจากคนที่ปฏิบัติภารกิจเพียงลำพังทั้งที่มากันตั้งสาม ทำเอาทั้งหมดสะดุ้งค้างคาวอมยิ้มนิดๆ ก่อนจะบินเอื่อยไปทางอื่น

 

 

“จ้า...”

 

 

“หม้อ ไปตีทีสิ”เสียงสั่งจากเจ้านายที่เคารพรักเหนือเกล้าที่มาพร้อมกับชื่อเล่นแปลกๆ ความจริงแล้วกาดิน่าตัวนี้มีชื่อเล่นอยู่ ถ้าเรียกสั้นๆ เรียกว่า “หม้อ” ชื่อยาวกว่านั้นคือ “หม้อข้าว” แต่ถ้ายังไม่สะใจอยากได้ยาวกว่านั้นก็เรียกว่า “หม้อหุงข้าว”!!!

 

 

“ตี....? ตีไข่ใช่ไหมครับ?”

 

 

อันที่จริงการที่กาดิน่าพูดแบบนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร กาดิน่าตัวนี้ตั้งแต่อยู่กับเจ้านายหางนี้มา มันไม่เคยได้รับคำสั่งในการต่อสู้เลยสักครั้งเพราะส่วนใหญ่จะหนักไปทาง...‘ไปตักน้ำมา!’หรือว่า...‘ไปเอาไอนั่นมาดิ๊’ต่อด้วยคำสั่งประมาณว่า‘ภายใน 5 วิ!’ ไอ้เรื่องจะไปรบรากับใครน่ะ มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเจ้านายน่ะสิ...

 

 

“ไปตีสตริงบั๊กพวกนั้น ให้เร็ว ไม่งั้นได้ไปเกิดใหม่แน่...”คนได้ชื่อว่าเป็นเจ้านายยิ้มแสยะจนน่าสยองกาดิน่าสะดุ้งก่อนรีบลอยเข้าไปหาแมลงยักษ์ตัวเขียวอย่างลังเล จริงๆแล้วดาบของมันหน้าที่ประจำเหมือนว่าจะใช้เป็นทัพพีส่วนโล่ที่ติดตัวแต่เกิดก็เป็นได้แค่ฝาหม้อ มันแอบมองหมาป่าขนฟ้าด้านข้างของมันเพื่อลอกการตีด้วยซ้ำ เพราะเมื่อทำข้อสอบไม่ได้ ก็ต้องลอกข้อสอบล่ะนะ!

 

 

ดาบหินขนาดใหญ่ยกขึ้นเก้ๆ กังๆ อย่างน่ารำคาญการโจมตีไปแต่ละครั้งยากลำบากด้วยความไม่คุ้นชิน ส่วนเจ้าของนั่นน่ะหรือ สนใจเจ้าหม้อน้อยนี่ที่ไหนกันล่ะ

 

 

ไม่ตั้งใจทำงานเลยน๊า”

 

 

เสียงหวานของเด็กสาวคนสนิทดังก้องในหัวของลิงหน้าหล่อที่เอาแต่ยืนนิ่ง ดวงตาสีมรกตเปรยมองเพื่อนสาวที่เหล่มองตนทั้งที่มือกำลังสูบพลังชีวิตของแมลงตัวสีแดงอย่างสบายอารมณ์

 

 

ชั้นเป็นผู้ใช้ภูติ แบบนี้ไม่ถูกหรือยังไง...”

 

 

เด็กหนุ่มตอบกลับริมฝีปากได้รูปยิ้มนิดๆ อย่างมีเล่ห์นัยน์ มือข้างหนึ่งยกขึ้นสัมผัสริมฝีปากตัวเองเบาๆ มิเกะลอยตุ๊บป่องพลางมองเพื่อนของตนอย่างกังวล ในใจนึกสงสัยคำสั่งของเจ้านายแต่ก็ไม่กล้าถามอะไรเช่นกัน เพราะมันรู้ดีว่าการสงสัยคำสั่งของเจ้านาย เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะกระทำ...อย่างน้อยก็เพื่อรักษาชีวิตภูติน้อยๆ อย่างมันไว้ล่ะนะ

 

 

ใช่...นายใช้ภูติทุกอย่างยกเว้นเรื่องต่อสู้...”

 

 

ผู้ที่ทำเพียงแค่ยืนนิ่งหัวเราะในลำคอ เมื่อได้คำตอบจากเด็กสาวคนสนิท ก่อนจะต้องสะดุ้งเล็กๆ เมื่อหมาป่าขนสีฟ้าสุดน่ารักที่ตนหมายตาไว้ตวาดเข้าให้อีกรอบ

 

 

“แกน่ะ! ยืนนิ่งๆ เป็นอย่างเดียวหรือไง!!!”เจ้าของดวงหน้าหล่อแสร้งทำเลิกลั่ก แล้วเอ่ยละล้ำละลักออกไปว่า

 

 

“อ..เออ..มิเกะ ไปงับมันสิ”

 

 

“ห๊า...อะไรครับ?”มิเกะหันมองหน้าเจ้าหน้าของตนอย่างไม่เข้าใจสักเท่าใดนัก แต่เมื่อนัยน์ตาสีเขียวหรี่ลงเพียงน้อยมันก็สะดุ้งเฮือกและโค้งตอบรับคำสั่งทันที

 

 

“ครับ นายท่าน”

 

 

ค้างคาวสาวได้แต่มองเพื่อนของตนแล้วส่ายหัว ริมฝีปากอิ่มของเด็กสาวยังคงยิ้มนิดๆ กับความคิดความอ่านของเพื่อนตนที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจอยู่นิดๆ  การละเลียดตีทีละช้าๆ ไม่ได้ทำให้เธอขัดใจเลย แต่หากเป็นเพื่อนเธอเมื่อก่อนล่ะก็คงเหวี่ยงอะไรหนักๆ ใส่ไปแล้ว เด็กสาวนึกในใจพลางยิ้มหวานให้สตริงบั๊กที่ตายอย่างช้าๆ แล้วหันหน้าไปหาสตริงบั๊กตัวต่อไป แล้วก็ทำหน้ายู่

 

 

พวกแมลงน่าเบื่อ...

 

 

เธอนึกในใจก่อนที่จะลงมือทำอะไรบางอย่างกับสตริงบั๊กตัวที่สีที่แดงเหมือนจะเป็นหัวหน้า

 

 

‘Mind Control…’

 

 

จงเป็นทาส..ของชั้นซะ!!

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

“เป็นอะไรเหรอเปล่า”

 

 

เสียงของหมาป่าขนฟ้าครามกล่าวถามแพะโกทันที่ถือเคียวปัดป้องสตริงบั๊กอยู่เมื่อครู่  โกทันส่ายหน้าน้อยๆ พลางมองไปรอบๆ ฟาร์มเพื่อสำรวจความเสียหายของพืชผลตัวเอง แล้วเปรยขึ้นว่า

 

 

“เมื่อกี้อยู่ๆ พวกสตริงบั๊กก็บุกเข้ามา ไม่รู้ว่าพวกมันมาจากไหน ถ้าเกิดพวกมันมาอีกมีหวังพวกแครอนคงแย่แน่ๆ”

 

 

“แล้ว...พวกมันมาจากทางไหน?”ผู้กล้าคนเดิมถามอีกครั้ง โกทันขมวดคิ้วพลางทำท่านึกนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วชี้ไปทางป่าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามลำธารเล็กๆ ดวงตาสีทองตวัดมองตาม มือข้างหนึ่งยกดาบขึ้นพาดบ่าแล้วเดินมุ่งตรงไปยังป่าที่แพะสูงวัยกว่าชี้

 

 

“เอ๋ จะไปไหนน่ะ เออ..หมาป่า”

 

 

ผู้ใช้ภูติถามขึ้น ดวงตาสีเขียวแฝงความสงสัยเล็กน้อยเช่นเดียวกับโกทันที่มองผู้กล้าขนสีฟ้าครามอย่างงุนงง คนถูกถามชะงักเพียงน้อยก่อนเริ่มเดินต่อ

 

 

“กำจัดมันให้สิ้นซาก...”

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

พวกมันจะตามมาทำไม...?

 

 

คำถามกำเนิดขึ้นในใจของหมาป่าที่เดินแบกดาบเข้ามาในป่า แน่นอนตอนแรกเขาคิดว่าจะมาเพียงลำพัง...แต่ขบวนพาเหรดด้านหลังนี่เขาไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันว่ามาได้ยังไง  ที่เดินตามหลังเขาตอนนี้ประกอบด้วย ค้างคาวที่เอาแต่ยิ้มหวาน ลิงที่ดูเหมือนจะทำอะไรไม่เป็นนอกจากยืนเฉยๆ กับอ้าปากสั่งภูติของมันซึ่งติดสอยห้อยตามมาอีกสอง และที่ขัดใจที่สุดนั้นก็ต้องเป็น เจ้าแพะโกทันที่ยังจะมากับเขาด้วย...

 

 

“นี่...พวกแก...”

 

 

ขาของนักดาบชะงักซึ่งทำเอาผู้ที่ติดตามมาชะงักไปกันหมด ดวงตาสีอำพันตวัดมองผู้ติดตามทีละตัวอย่างขัดใจนัก

 

 

“พวกแกตามมาทำไม?”

 

 

“ก...ก็ พวกเราเป็นผู้กล้าเหมือนกันนี่นา ใช่ไหม ค้างคาว”เสียงของลิงตอบพลางพยักเพยินไปถามค้างคาวซึ่งก็ไม่ได้ปฏิเสธ คนถามจึงหรี่ตาน้อยๆ ก่อนหันไปถามคุณโกทันที่ยืนอยู่ท้ายขบวน

 

 

“แล้วแก...?”

 

 

“ถ้าเกิดพวกแมลงบุกมาอีกชั้นก็แย่น่ะสิ!”โกทันตอบอย่างรักตัวกลัวตายซึ่งฟังดูมีเหตุผลไม่น้อย หมาป่าเลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่งแล้วเอ่ยถามต่อ

 

 

“แล้วพวกแครอน?”

 

 

“ว่าแล้วต้องถาม…เอามาด้วยหมดแล้ว~”แพะโกทันกล่าวก่อนหมุนตัวไปอีกด้านให้เจ้าของดวงตาสีทองเห็นเข่งใบใหญ่ที่สะพายอยู่ด้านหลัง เข่งใบนั้นเต็มไปด้วยแครอนสีส้มแซมด้วยใบเขียวๆ ของมัน แครอนในเข่งขยับยุกยิกพร้อมกับส่งเสียงที่ฟังร้องครางเบาๆ ไม่หยุด....มันช่างดูน่ารำคาญในสายตาของหมาป่า

 

 

“ชิ! ตามใจพวกแก!!”

 

 

ว่าแล้วเขาก็รีบก้าวเดินต่ออย่างรีบร้อน แน่นอนส่วนหนึ่งว่าอยากจะไปจากเจ้าพวกนี้เร็วๆ ด้วยเช่นกัน พลันทั้งหมดก็ต้องชะงักเมื่อพบกับพื้นที่ที่เริ่มมีต้นไม้บางตา ดวงตาสีทองของหมาป่ามองไปที่ตอไม้สีน้ำตาที่ผุผังขนาดใหญ่ รอบๆ ตอไม้นั้นก็มีแมลงขนาดใหญ่แบบเดียวกับที่บุกฟาร์มของโกทันอยู่ด้วย จึงไม่ต้องสงสัยเลยแม้แต่น้อยว่าคงจะไม่พ้นที่นี่เป็นแน่

 

 

เป็นอีกครั้งที่เมื่อหมาป่าชะงักแล้วทุกหางก็หยุดเดิน ดวงตาสีทองกวาดไปทั่วและพบว่า ไม่ได้มีเพียงแค่รังรังเดียว แต่โดยรอบมีรังแบบเดียวกันอยู่ไม่ต่ำกว่าห้ารังด้วยกัน มือที่ถือดาบอยู่เริ่มกำแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ไม่รู้เพราะตอนนี้เขาอยากกวัดแกว่งดาบใส่พวกมันหรือว่ากลัวกันแน่... ‘เขา...ไม่ได้กลัว...’ อย่างน้อย...เขาก็บอกตัวเองอย่างนั้น...

 

 

ใช้เวลาชั่งใจเพียงเล็กน้อยขาทั้งสองของหมาป่าก็พาตัวของเขาพุ่งตัวเข้าไปหารังของพวกแมลงยักษ์นั่นอย่างรวดเร็ว ดาบตวัดเหวี่ยงใส่แมลงยักษ์ตัวใหญ่อย่างน่าหวาดเสียว เปลือกแมลงที่แสนแข็งนั่นทำให้ดาบไม่สามารถจะฟัดให้ขาดได้ในการฟันเพียงครั้งเดียว  พลันดวงตาสีเขียวของวานรขนสีน้ำตาลแดงเหลือบไปเห็นเหล็กในสีเขียวเข้มที่ยาวเหมือนทวนลอยเข้าไปหาหมาป่าที่กำลังอยู่ในวงต่อสู้...

 

 

“แอร๊ย!!!!!”กาดิน่าร่างหนึ่งหรือนิกเนม “หม้อ” โดนเจ้านายเหนือหัวใช้เท้ายันกลิ้งกระเด็นไปบังเหล็กในที่ลอยมาอย่างพอเหมาะพอเจาะเช่นจับวาง ทำให้เหล็กในที่ควรจะทำให้หมาป่าเจ็บปวดนั้น ได้ทำร้ายเจ้ากาดิน่าเสียแล้ว นัยน์ตาคมสีเขียวของวานรหนุ่มที่มองมายังกาดิน่าที่ส่งสายตาเว้าวอนไปทางเจ้านายสุดเคารพรักนั้น มันถูกส่งมาพร้อมกับรอยยิ้มอันเจิดจ้าแสนสดใสของนายท่านซึ่งอาจแปลได้ว่า... ‘กลับมาตอนนี้แกตาย...’ เพราะแบบนั้น...สายตาของนายท่านตอนนี้อาจจะกำลังบอกว่าให้สู้ต่อไปเลยกระมัง...

 

 

หม้อหุงข้าว...เอ้ย...กาดิน่าร่วมการต่อสู้...

 

 

ดาบหินขนาดใหญ่กระแทกลงกับดินบ้าง สตริงบั๊กบ้าง ดูดูไปก็เหมือนแม่บ้านกำลังพยายามใช้ทัพพีตีหัวสามีที่กลับบ้านดึก เป็นการโจมตีที่ไร้ทั้งความแม่นยำและความรวดเร็วเสียจริง... พลันร่างของกาดิน่าที่กำลังงงได้ที่นั้นกระแทกกับตอไม้สีน้ำตาลเข้าอย่างจัง เสียงของรังแมลงส่งเสียงหึ่งก่อนที่เหล่าสตริงบั๊กจะพากันกรูออกมาจากรังอย่างน่ากลัว แม้ไม่ทราบว่าดวงตาของมันมองผู้รบกวนอย่างอาฆาตแค้นหรือไม่ แต่กาดิน่าตัวน้อยนั้นก็ถึงกับสะดุ้งขึ้นมาทีเดียว

 

 

“เออ..ข...ขอโทษที่รบกวนครับ..”

 

 

กาดิน่าผู้มีมารยาทกล่าวขอโทษพลางเหงื่อตกซิก ไม่ทราบว่าในหัวกลวงๆ นั่น มีสมองอยู่บ้างหรือไม่เหมือนกัน ขอโทษไปแล้วพวกมันก็จะพูดว่า ‘ไม่เป็นไร’ ใช่ไหม?  อย่างไรก็ตามเสียงหึ่งๆ ดั่งลั่นที่ตามมานั้นมันน่าจะแปลได้ว่า ‘ขอโทษแล้วมันหายหรือยังไง’ มากกว่า สิ้นเสียงคำรามนั่นนักรบดินก็แทบลมจับเมื่อพวกมันบินเข้ามาหาพร้อมๆ กันทีเดียวทั้งฝูง

 

 

“...”ตาสีทองของนักดาบมองเจ้ากาดิน่าซากโบราณเคลื่อนที่ได้ที่บินว่อนหลบแมลงสตริงบั๊กอย่างสนุกสนานปริบๆ ในใจนึกสังเวชพิกล แต่แล้วพลันเขารู้สึกถึงรังสีบางอย่างที่แผ่ออกมา “!!!”

 

 

โครม!!

 

 

กาดิน่าสะดุ้งเฮือกหยุดการเล่นวิ่งไล่จับพลางค่อยๆ หันไปมองด้านหลังของเขา นักรบดินดูซีดที่สุดเท่าที่จะซีดได้ คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันก่อนที่จะหันไปด้านหลังซึ่งก็คือผู้กล้าทั้งสองกับโกทัน โกทันนั้นล้มลงกับพื้นดวงหน้าของชายวัยกลางคนดูซีดเซียว พวกแครอนร่วงลงมาจากตะกร้าส่วนสีน้ำตาลใบใหญ่ ส่วนทั้งค้างคาวและวานรนั้น ก็ดูเหมือนไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

...ปกติ...เกินไป...

 

 

 หมาป่าสะบัดความคิดนั้นทิ้งก่อนจะหันกลับไป พบว่ากาดิน่านั้นก็หันสู้กับสตริงบั๊กทั้งฝูงอย่างเอาเป็นเอาตายแบบไม่คิดชีวิต มันกระตุกความสงสัยของเขาอีกครั้งหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่านักรบแห่งดินจะไม่ได้อ่อนแออย่างที่มันทำ ไม่นานสตริงบั๊กทั้งฝูงนั้นก็ตายลง ถึงแม้สภาพของมันจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ก็ตาม

 

 

“เฮ้ย...กาดิน่า”เจ้ากาดิน่าสะดุ้ง แล้วค่อยๆ เบือนมามองเขาอย่างตระหนก แน่นอนว่าหมาป่าไม่ได้สนใจท่าทางตระหนกนั้นเลยสักนิด

 

 

“ทำไม แกหันกลับมาสู้...”ผู้ถูกถามนั่นทำตาปริบๆ พลางนิ่งไปครู่นึงเหมือนกำลังคิด ดวงตาสีทองหรี่มองเจ้ากาดิน่าอย่างสงสัย

 

 

“เพราะ...”

 

 

“หม้อ~!! คุยอะไรเหรอ? ”พลันเสียงของเจ้านายเหนือหัวดังขึ้นมาขัดเสียก่อน กาดิน่าไม่พูดอะไรต่อลอยไปหาเจ้านายของมันเสียอย่างนั้น หมาป่าหันไปมองอย่างขัดใจนิดๆ เจ้าลิงยิ้มยิงฟันให้เหมือนไม่เข้าใจที่ถูกมองเช่นนั้น หมาป่าที่ถูกยิ้มให้สะดุ้งนิดๆ พลางหลบตาไป เพราะดวงหน้าของนักดาบตอนนี้ มันดันร้อนวูบขึ้นมาเสียอย่างนั้น...

 

 

“เหอะ!! ไอ้ลิงปัญญาอ่อนเอ้ย!!!” พูดจบหมาป่าก็ก้าวฉับๆ ไปทีตอไม้ที่ยังมีสตริงบั๊กเฝ้าอยู่ โดยไม่สนใจเสียตะโกนเรียกของผู้ที่ถูกกล่าวว่าเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย

 

 

“!?!!”

 

 

พลันโลกของหมาป่าหมุนคว้าง ดวงตาสีทองมองไปยังสตริงบั๊กด้านหน้าเลือนมามองที่ตัวเอง เหล็กในสีเขียวทะลุช่วงท้องของเขาไป เลือดสีแดงเริ่มไหลเปรอะขนสีฟ้าย้อมมันจนกลายเป็นสีแดงสด ขณะที่สติเริ่มรางเลือนดวงตาเขาก็เห็นสตริงบั๊กสีสดที่อยู่บนเนินอีกฝั่ง...มันทำท่าราวกับจะเหวี่ยงเหล็กในนั่นมายังเขาอีกครั้ง...

 

 

แล้วเขา...ก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย...

 

 

-TBC-

 
แนะนำตัวละครต่อไป เป็นพระเอกของเรื่องเจ้าค่ะ=w=\
 
Monkey
 
 
ลิงตัวหนึ่งที่ดูเหมือนจะมีหน้าตาเป็นอาวุธ...ไม่ใช่ว่าไม่หล่อนะ มันหล่อเกินไปต่างหาก! เริ่มสร้างฮาเร็มย่อมๆ ของตัวเองในเมืองแสง แอบชอบหางหางหนึ่งอยู่ ทั้งทั้งที่มีหน้าตาแบบที่ว่าถ้าบอกใครว่าอกหักคงไม่มีคนเชื่อ แต่ก็ดันแอบรักไปแบบไม่กล้าบอกซะได้ แบบนี้จะสมหวังได้เหรอ! จะว่าไปแล้ว...หมอนี่ดูืท่าว่าจะเก็บความลับบางอย่างเอาไว้สินะ...?
 
---------------
แปะแฟนอาร์ตที่พี่ริน[rinrin-crazy.exteen.com]วาดเป็น 'เวอร์ชั่นคน' ไว้เมื่อนานมาแล้ว
 
 
เสร็จไปอีกตอนแล้ว เจอกันตอนหน้านะ=w=\=/

edit @ 3 Oct 2011 18:06:45 by Reary